เวียนหัวไม่ใช่เรื่องเล็ก! 3 สาเหตุของอาการ "เวียนหัว" ที่คุณอาจไม่เคยรู้
อาการเวียนศีรษะอาจเกิดจากโลหิตจาง ความดันต่ำ หรือเส้นเลือดสมองตีบ แม้ CT และ MRI ปกติ ก็อาจซ่อนความเสี่ยงอยู่ เรียนรู้สาเหตุและการป้องกันก่อนสายเกินไป
เคสที่ 1: เวียนหัวจาก “โลหิตจาง” เม็ดเลือดแดงต่ำ
ผู้ป่วยหญิงอายุ 66 ปี มีอาการเวียนศีรษะเรื้อรัง 4 เดือน ตรวจพบว่ามือซีดมาก และมีภาวะเม็ดเลือดแดงต่ำ หรือ โลหิตจาง
เมื่อร่างกายมีธาตุเหล็กไม่เพียงพอ จะสร้างเม็ดเลือดแดงได้น้อย ทำให้เลือดพาออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้ไม่ดี จึงเกิดอาการเวียนศีรษะ เหนื่อยง่าย ใจสั่น
อาหารที่ช่วยเสริมธาตุเหล็ก
หนึ่งในอาหารพื้นบ้านที่มีธาตุเหล็กสูงคือ มะเขือพวง ซึ่งมีธาตุเหล็กที่ร่างกายนำไปใช้สร้างเม็ดเลือดแดงได้ดี จึงช่วยลดอาการเวียนศีรษะจากภาวะโลหิตจางได้
อย่างไรก็ตาม หากมีอาการซีด เหนื่อยง่าย ควรตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
เคสที่ 2: เวียนหัวหลังทานข้าว จากความดันต่ำและดื่มน้ำน้อย
ผู้ป่วยหญิงอายุ 33 ปี เวียนศีรษะเรื้อรัง โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหาร ตรวจพบความดันต่ำ 85/50
ในช่วงอากาศหนาว หลายคนดื่มน้ำน้อยลง เมื่อร่างกายขาดน้ำ เลือดจะไหลเวียนได้ไม่ดี และหลังทานอาหาร เลือดจะไหลไปเลี้ยงกระเพาะอาหารมากขึ้น ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองลดลง จึงเกิดอาการเวียนหัว
วิธีแก้ง่าย ๆ
• ดื่มน้ำให้มากกว่า 2 ลิตรต่อวัน
• ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ
เคสที่ 3: เวียนหัวจากเส้นเลือดสมองตีบ ทั้งที่ CT และ MRI ปกติ
ผู้ป่วยชายอายุ 71 ปี เวียนศีรษะเรื้อรัง 1 ปี ตรวจ CT และ MRI ไม่พบความผิดปกติของเนื้อสมอง
แต่เมื่อตรวจระบบหลอดเลือดด้วยอัลตราซาวด์ พบว่าเส้นเลือดใหญ่ที่ไปเลี้ยงสมอง (Internal Carotid Artery) ตัน และเส้นเลือดสมอง 4 เส้น ตันไปแล้ว 2 เส้น ตีบอีก 1 เส้น เหลือดีเพียงเส้นเดียว
ข้อสำคัญ:
CT และ MRI ปกติ ไม่ได้แปลว่า “หลอดเลือดสมองปกติ” เพราะการตรวจเหล่านี้เห็นเฉพาะเนื้อสมอง ไม่เห็นความตีบของหลอดเลือด
กรณีนี้ต้องรีบให้ยาต้านเกล็ดเลือด และควบคุมความดัน เบาหวาน ไขมันอย่างเคร่งครัด เพราะหากเส้นเลือดตันเพิ่ม อาจเสียชีวิตหรือกลายเป็นเจ้าชายนิทราได้
สรุป
อาการเวียนหัวมีสาเหตุได้กว้างมาก ตั้งแต่
• โลหิตจาง
• ความดันต่ำ
• ไปจนถึงเส้นเลือดสมองตีบ
หากอาการไม่ดีขึ้น หรือเป็นเรื้อรัง ควรได้รับการตรวจอย่างละเอียด โดยเฉพาะการประเมินระบบหลอดเลือดสมอง เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองก่อนเกิดอัมพาต
เพราะถ้าคุณบอกว่า “รู้งี้”
แปลว่าคุณพลาดโอกาสป้องกันไปแล้ว