เวียนหัวแบบไหนอันตรายถึงชีวิต? สัญญาณบอกโรคทางสมอง และสโตรกที่ต้องรีบพบแพทย์
อาการเวียนศีรษะเป็นอาการที่พบได้บ่อย แต่บางกรณีอาจเป็นสัญญาณของ โรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้
เคสตัวอย่างที่ 1: เวียนหัวไม่หาย เสี่ยงหลอดเลือดสมองตีบ
ผู้ป่วยชายอายุ 65 ปี มีอาการเวียนศีรษะเรื้อรัง เดินเซ ทรงตัวไม่ได้
ตรวจพบว่า
มีแคลเซียมเกาะในหลอดเลือด Vertebral artery
ซึ่งเป็นเส้นเลือดสำคัญที่เลี้ยงก้านสมองและสมองส่วนการทรงตัว (Cerebellum)
• ทำให้สมองขาดเลือด
• เกิดอาการเวียนหัวรุนแรงและทรงตัวไม่ได้
จุดสำคัญ: MRI อาจ “ปกติ” ได้ หากสมองยังไม่ตาย ต้องตรวจหลอดเลือด (CTA / MRA) จึงจะเห็นสาเหตุ
เคสตัวอย่างที่ 2: เวียนหัวตอนเช้า จากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
ผู้ป่วยหญิงอายุ 55 ปี มีอาการเวียนหัวและปวดหัวทุกเช้า ตรวจ CT ปกติ แต่เมื่อตรวจหลอดเลือด พบว่าเสี่ยงต่อการที่ Basilar artery อุดตัน
สาเหตุสำคัญ คือ นอนกรน และหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ซึ่งทำให้สมองขาดออกซิเจนซ้ำๆ และเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง
วิธีแยก “เวียนหัวอันตราย” vs “ไม่อันตราย”
1. ระยะเวลาของอาการ
- จากสมอง → เป็นนาน (ชั่วโมง / วัน / เดือน)
- หูชั้นใน → เป็น สั้น (ไม่กี่นาที)
2. ลักษณะการหายของอาการ
- จากสมอง → ไม่หายขาด
- หูชั้นใน → หายแล้วกลับมาปกติ
3. มีอาการร่วมหรือไม่ (สำคัญมาก!)
หากเวียนหัว + มีอาการเหล่านี้ ให้สงสัย “สโตรก”
- ภาพซ้อน
- ชาใบหน้า / ชามุมปาก
- ปากเบี้ยว
- พูดไม่ชัด
- กลืนลำบาก
- ชาลิ้น / แลบลิ้นไม่ตรง
- หูดับข้างเดียว
- อ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก
- ทรงตัวไม่ได้
ข้อควรรู้สำคัญ: เวียนหัว + ทรงตัวไม่ได้ = ต้อง “เช็คหลอดเลือดสมอง” เพราะ CT หรือ MRI อย่างเดียว ไม่เห็นหลอดเลือด ต้องตรวจ: CTA (CT Angiography), MRA (MR Angiography) จึงจะเห็น “การตีบหรืออุดตัน” ได้
สรุป
อาการเวียนหัวไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะถ้าเป็นนาน หรือมีอาการร่วม การตรวจให้ถูกจุด = ช่วยป้องกันอัมพาตและการเสียชีวิตได้